ช่วงต้นเดือนตุลาคม 2569 ราคาทองคำกลับมาเป็นหัวข้อที่เจ้าของร้านทองคุยกันแทบทุกเช้า เพราะหลังจากทองโลกทำจุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ไปเมื่อต้นปี ราคาก็ย่อตัวลงมาและแกว่งขึ้นลงในกรอบที่ค่อนข้างแคบ บางวันขึ้นหลายร้อยบาท บางวันลงแรงพอกัน บทความนี้สรุปภาพรวมว่าตอนนี้ราคาทองอยู่ตรงไหน ปัจจัยอะไรกำลังขับเคลื่อนตลาด และร้านทองควรเตรียมตัวอย่างไร
หมายเหตุ: บทความนี้เป็นการสรุปข้อมูลจากแหล่งข่าวและบทวิเคราะห์เพื่อประกอบการบริหารร้าน ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน และไม่ใช่การคาดการณ์ราคาที่ยืนยันผลได้ ราคาทองเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ควรตรวจสอบราคาล่าสุดจากประกาศของสมาคมค้าทองคำทุกครั้ง
ภาพรวมราคาทองตอนนี้อยู่ตรงไหน
ราคาทองโลก
ข้อมูลจาก MetalCharts ระบุว่า ณ วันที่ 6 ตุลาคม 2569 ราคาทองคำ Spot อยู่ที่ประมาณ 4,160 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ต่ำกว่าจุดสูงสุดตลอดกาลที่ราว 5,590 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งทำไว้เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2569 อยู่ประมาณ 25.6% กล่าวง่าย ๆ คือ ทองโลกยังอยู่ในระดับสูงเมื่อเทียบกับหลายปีก่อน แต่ก็ปรับฐานลงมาพอสมควรจากยอดเมื่อต้นปี
ราคาทองในประเทศ
สำนักข่าวอินโฟเควสท์รายงานประกาศของสมาคมค้าทองคำช่วงเช้า (เวลา 09.03 น.) ในสัปดาห์ที่สองของเดือนตุลาคม ว่าราคาทองในประเทศปรับขึ้นบาทละ 550 บาทตามทิศทางตลาดโลก โดยมีราคาดังนี้
| ประเภท | รับซื้อ (บาท) | ขายออก (บาท) |
|---|---|---|
| ทองคำแท่ง | 66,100 | 66,300 |
| ทองรูปพรรณ | 64,778.68 | 67,100 |
ตัวเลขข้างต้นเป็นราคา ณ ช่วงเวลาที่มีการรายงานเท่านั้น ในแต่ละวันสมาคมฯ อาจประกาศปรับราคาหลายครั้ง
4 ปัจจัยที่กำลังขับเคลื่อนราคาทองช่วงนี้
1. ทิศทางดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed)
ปัจจัยที่ตลาดให้น้ำหนักมากในตอนนี้คือดอกเบี้ย บทวิเคราะห์จากต่างประเทศระบุว่าราคาทองอ่อนตัวลงต่อเนื่องหลังจาก Fed และธนาคารกลางญี่ปุ่นปรับขึ้นดอกเบี้ยในเดือนกันยายน เมื่อดอกเบี้ยสูงขึ้น ต้นทุนค่าเสียโอกาสของการถือทองซึ่งไม่มีดอกเบี้ยก็สูงขึ้นตาม
จุดที่ต้องจับตาคือการประชุม FOMC วันที่ 27–28 ตุลาคม 2569 ฝ่ายวิเคราะห์ของฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส (อ้างอิงจากรายงานของอินโฟเควสท์) มองว่าตลาดคาดการณ์ว่า Fed จะคงดอกเบี้ยในเดือนตุลาคม แต่ยังมีโอกาสปรับขึ้นอีกครั้งในเดือนธันวาคม ซึ่งหากผลออกมาต่างจากที่ตลาดคาด ราคาทองอาจเคลื่อนไหวแรงได้ทั้งสองทาง
2. ค่าเงินดอลลาร์และตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐ
รายงานเดียวกันระบุว่า ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐเดือนกันยายนเพิ่มขึ้นเพียง 29,000 ตำแหน่ง ต่ำกว่าที่ตลาดคาด ทำให้เงินดอลลาร์อ่อนค่าลงและเป็นแรงหนุนให้ทองฟื้นตัวในระยะสั้น ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่ทยอยประกาศในแต่ละสัปดาห์จึงยังเป็นตัวแปรที่ทำให้ราคาแกว่งได้เสมอ
3. สถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์
ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐกับอิหร่านมีสัญญาณผ่อนคลายลง หลังมีรายงานว่าประธานาธิบดีสหรัฐยืนยันว่าจะไม่มีการโจมตีอิหร่านก่อนการเลือกตั้งกลางเทอม เมื่อความกังวลลดลง แรงซื้อทองในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยก็มักเบาลงตาม อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ในตะวันออกกลางยังมีความไม่แน่นอน และเป็นปัจจัยที่พลิกกลับได้เร็ว
4. แรงซื้อของธนาคารกลางทั่วโลก
Goldman Sachs Research ประเมินว่าธนาคารกลางทั่วโลกจะซื้อทองคำเฉลี่ยราว 50 ตันต่อเดือนในปี 2569 เทียบกับค่าเฉลี่ย 17 ตันต่อเดือนในช่วงก่อนปี 2565 แรงซื้อส่วนนี้ถูกมองว่าเป็นฐานความต้องการในระยะยาว แม้ในระยะสั้นจะไม่ได้ช่วยพยุงราคาทุกครั้งที่ตลาดย่อตัว
นักวิเคราะห์มองอย่างไร
มุมมองของแต่ละสำนักยังแตกต่างกันพอสมควร ซึ่งสะท้อนว่าตลาดเองก็ยังไม่ชัดเจน
- ระยะสั้น: ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส มองว่าการปรับขึ้นระยะสั้นอาจยังจำกัด เพราะมีแรงขายบริเวณแนวต้าน 4,180 ดอลลาร์ และคาดว่าราคาอาจเคลื่อนไหวในกรอบ 4,100–4,180 ดอลลาร์ต่อออนซ์
- ภาพทั้งปี: HSBC ปรับลดคาดการณ์ราคาทองเฉลี่ยปี 2569 ลงเป็น 4,490 ดอลลาร์ต่อออนซ์ จากเดิม 4,560 ดอลลาร์ เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม (รายงานโดย TheStreet)
- เป้าสิ้นปี: MetalCharts รวบรวมไว้ว่าเป้าหมายราคาสิ้นปี 2569 ของสถาบันการเงินรายใหญ่กระจายตัวอยู่ในช่วงประมาณ 4,450–5,100 ดอลลาร์ต่อออนซ์
สิ่งที่ควรย้ำคือ ตัวเลขเหล่านี้เป็นเพียงมุมมอง ณ เวลาหนึ่ง และมีการปรับเปลี่ยนอยู่เรื่อย ๆ ไม่ควรใช้เป็นตัวตัดสินใจเพียงอย่างเดียว
อย่าลืมค่าเงินบาท: ทองไทยไม่ได้วิ่งตามทองโลกเสมอไป
ราคาทองในประเทศคำนวณจากราคาทองโลกควบคู่กับอัตราแลกเปลี่ยน วันที่ทองโลกขึ้นแต่เงินบาทแข็งค่า ราคาทองไทยอาจขยับขึ้นน้อยกว่าที่คิด หรือบางครั้งทองโลกนิ่งแต่ทองไทยเปลี่ยนเพราะค่าเงินเพียงอย่างเดียว เจ้าของร้านจึงควรดูทั้งสองตัวแปรคู่กัน หากอยากเข้าใจกลไกนี้ให้ลึกขึ้น อ่านต่อได้ในบทความ "ราคาทองขึ้นลงเพราะอะไร? เปิด 7 สาเหตุความผันผวนของราคาทอง" ในบล็อกของเรา
ราคาแกว่งในกรอบแบบนี้ ร้านทองควรทำอย่างไร
1. ติดตามประกาศราคาและอัปเดตหน้าร้านให้ทัน
ช่วงที่ราคาเปลี่ยนวันละหลายรอบ ความผิดพลาดที่พบบ่อยคือการใช้ราคาเก่าออกบิล ควรกำหนดผู้รับผิดชอบอัปเดตราคา และตรวจสอบว่าทุกจุดขายใช้ราคาชุดเดียวกัน โดยเฉพาะร้านที่มีหลายสาขา
2. ดูสต็อกและต้นทุนเฉลี่ยอย่างสม่ำเสมอ
เมื่อราคาไม่ได้วิ่งทางเดียว การถือสต็อกมากหรือน้อยเกินไปล้วนมีต้นทุน ควรรู้ว่าตอนนี้ร้านถือทองอยู่กี่บาท ต้นทุนเฉลี่ยเท่าไร และสินค้ากลุ่มไหนหมุนเร็วหรือช้า เพื่อให้ตัดสินใจเติมหรือระบายสต็อกบนข้อมูลจริง ไม่ใช่ความรู้สึก
3. เตรียมรับลูกค้าทั้งฝั่งซื้อและฝั่งขายคืน
ช่วงราคาย่อ ลูกค้ามักเข้ามาซื้อเก็บ ส่วนช่วงราคาเด้งขึ้น ลูกค้าจะนำทองเก่ามาขายคืนมากขึ้น ร้านจึงควรบริหารเงินสดหมุนเวียนให้เพียงพอสำหรับการรับซื้อ และเตรียมสินค้าน้ำหนักเล็กอย่างครึ่งสลึงหรือหนึ่งสลึงไว้รองรับลูกค้าที่งบจำกัด
4. ทบทวนพอร์ตขายฝากและจำนำ
เมื่อราคาทองลดลงจากช่วงที่ทำสัญญา มูลค่าหลักประกันก็ลดลงตาม ควรตรวจสอบสัญญาที่ทำไว้ในช่วงราคาสูง ติดตามวันครบกำหนด และทบทวนวงเงินที่ให้กับสัญญาใหม่ให้สอดคล้องกับราคาปัจจุบัน เพื่อช่วยลดความเสี่ยงของร้าน
5. บันทึกทุกรายการให้ตรวจสอบย้อนหลังได้
วันที่ราคาเปลี่ยนบ่อยคือวันที่รายการผิดพลาดเกิดง่าย การบันทึกว่ารายการไหนทำที่ราคาเท่าไร โดยใคร เวลาใด จะช่วยให้ปิดยอดสิ้นวันได้เร็วขึ้นและตรวจสอบย้อนหลังได้เมื่อมีข้อสงสัย
สรุป
แนวโน้มราคาทองคำช่วงต้นเดือนตุลาคม 2569 อยู่ในภาวะแกว่งตัวในกรอบ หลังปรับฐานลงจากจุดสูงสุดเมื่อต้นปี โดยมีทิศทางดอกเบี้ยของ Fed ค่าเงินดอลลาร์ สถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ และแรงซื้อของธนาคารกลางเป็นตัวแปรหลัก และมีการประชุม FOMC ปลายเดือนเป็นจุดที่ตลาดรอดู สำหรับเจ้าของร้านทอง สิ่งสำคัญไม่ใช่การเดาว่าราคาจะไปทางไหน แต่คือการมีข้อมูลร้านที่ถูกต้องและทันเวลา เพื่อปรับตัวได้เร็วไม่ว่าราคาจะขึ้นหรือลง
GoldPilot ช่วยให้ร้านทองอัปเดตราคา ดูสต็อกทองคงเหลือ ติดตามสัญญาขายฝาก และตรวจสอบรายการย้อนหลังผ่าน Audit Log ได้จากทุกสาขาบนระบบ Cloud เพื่อให้เจ้าของร้านเห็นภาพรวมธุรกิจได้ชัดขึ้นในช่วงที่ราคาทองผันผวน
แหล่งอ้างอิง
- อินโฟเควสท์ – ราคาทองในประเทศเช้านี้ พุ่งขึ้นบาทละ 550 ฟื้นตามทิศทางตลาดโลก
- MetalCharts – Gold Price Forecast 2026 & 2027
- TheStreet – Top bank revises 2026 gold price forecast
- Goldman Sachs – Gold Is Forecast to Climb as Central Banks Buy the Precious Metal
- Discovery Alert – Gold Price Outlook: Fed Hike Risks